แบงก์ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลูกหนี้รับมือวิกฤตโควิด-19 ลดวงเงินผ่อนชำระ เลื่อนพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย มีผล 1 เม.ย.63นี้

แบงก์ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลูกหนี้รับมือวิกฤตโควิด-19 ลดวงเงินผ่อนชำระ เลื่อนพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย มีผล 1 เม.ย.63นี้

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 มีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก และได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจและประชาชนในวงกว้าง สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกจึงได้ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาปัญหา เรื่องกระแสเงินสดของประชาชนและภาคธุรกิจ ที่จำเป็นต้องเตรียมไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือดูแลธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้

โดยมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล เช่าซื้อ ลีสซิ่ง สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อธุรกิจ SME ซึ่งยังไม่เป็นหนี้ค้างชำระเกินกว่า 90 วัน (NPL) มีผลตั้งแต่งวดการชำระหนี้ วันที่ 1 เมษายน 2563 สรุปสาระสำคัญดังนี้

1.ด้านสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อหมุนเวียน(revolving Loan) ธนาคารพิจารณาปรับลดวงเงินการผ่อนชำระต่องวดลง เหลือ 5% ในปี 2563-2564 จากปกติอยู่ที่ 10% จากนั้นผ่อนชำระเพิ่มเป็น 8% ในปี 2565 และผ่อนชำระเป็นปกติที่ 10%ในปี 2566 นอกจากนี้ขณะเดียวกันลูกหนี้ยังสามารถที่จะเลือกแนวทางแปลงหนี้เป็นหนี้ระยะยาวได้ด้วย

2.ด้านสินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวดและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ธนาคารพาณิชย์พิจารณามาตรการช่วยเหลือ เช่น การเลื่อนชำระเงินต้น ดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือการลดวงเงินผ่อนชำระ 30% เป็นระยะเวลา 6 เดือน

3.ด้านสินเชื่อเช่าซื้อ ประกอบด้วยสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ที่มีวงเงินไม่เกิน 3.5 หมื่นบาท และสินเชื่อรถทุกประเภทที่ราคาไม่เกิน 2.5 แสนบาท ธนาคารพิจารณาเลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน

4.ด้านสินเชื่อ ลิสซิ่ง ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร โดยมีมูลหนี้คงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท ธนาคารพิจารณาเลื่อนหรือพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน

5.ด้านสินเชื่อบ้านสำหรับวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท ธนาคารพิจารณาพักชำระเงินต้น เป็นเวลา 3 เดือน

6.ด้านสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ ที่มีวงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท ธนาคารพิจารณาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน

นายปรีดี กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาเป็นการลดภาระโดยที่จะออกมาจะไม่มีผลต่อสถานะทางการเงินของลูกค้า หรือการบันทึกประวัติทางการเงินตามแนวทางของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ NCB แต่อย่างใด

สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตราการดังกล่าว จะช่วยคลายความกังวลให้ลูกค้าด้านภาระด้านการเงินบางส่วนในสถานการณ์เรื่องโควิด-19 และคาดหวังให้ลูกค้าโดยความช่วยเหลือของธนาคารนี้สามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน

 112 total views,  1 views today

Leave a Reply