วันพฤหัสบดี, 29 กุมภาพันธ์ 2567

เจโทร กรุงเทพฯ จัดงานเจรจาธุรกิจและกิจกรรมส่งเสริมสินค้าอาหาร นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเฉพาะในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก

เจโทร กรุงเทพฯ จัดงานเจรจาธุรกิจและกิจกรรมส่งเสริมสินค้าอาหาร นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเฉพาะในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก เพื่อมุ่งขยายตลาดสินค้าอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นในระดับภูมิภาค

องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ มุ่งส่งเสริมกิจกรรมในระดับภูมิภาค เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นในต่างจังหวัดและในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากการจัดงานแสดงสินค้าและงานเจรจาธุรกิจสำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นร้านอาหารและร้านค้าปลีกในจังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ยังจัดแคมเปญใหญ่ “[ Made in JAPAN on tour ] วัตถุดิบญี่ปุ่นแท้ ยกญี่ปุ่นมาไว้ใกล้บ้าน” ในทั้ง 2 พื้นที่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากร้านอาหารญี่ปุ่นในพื้นที่ดังกล่าวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อันจะเชื่อมโยงไปถึงการนำเข้าและการจำหน่ายสินค้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่นต่อไป

ครั้งแรกของการจัดงานเจรจาธุรกิจในส่วนภูมิภาค ในปีนี้ เจโทร เร่งดำเนินนโยบายเพื่อขยายตลาดและช่องทางการจำหน่ายสินค้าอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น สู่พื้นที่ส่วนภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้านอย่างเต็มที่

โดยเริ่มจากงาน THAIFEX 2023 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เจโทรได้เชิญ Buyer หลายร้อยบริษัทจากทั่วประเทศ รวมไปถึงจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ มาเยี่ยมชมสินค้าภายใน JAPAN PAVILION ซึ่งช่วยนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อวันที่ 7 – 8 กันยายนที่ผ่านมา เจโทรได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในงาน BEYOND FOOD EXPO 2023 ที่จังหวัดขอนแก่น จัดโดยศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) ร่วมกับหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ในงานประกอบด้วยผู้แสดงสินค้าจากประเทศไทย ลาว และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการจัดบูธแสดงสินค้าอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น JAPAN PAVILION ในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก ผู้ประกอบการที่มาแสดงสินค้าใน JAPAN PAVILION เป็นผู้นำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่น จากกรุงเทพฯ รวม 17 บริษัท โดยมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเนื้อวากิว อาหารทะเล ข้าว ชา เหล้าบ๊วย เส้นอบแห้ง แกงกะหรี่ ฯลฯ โดยได้รับความสนใจจาก Buyer ในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึง Buyer จากประเทศลาวเข้าเยี่ยมชม อีกทั้งยังได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากผู้ประกอบการที่ร่วมจัดแสดงสินค้า เช่น “รู้สึกดีใจมากที่มีการจัดงานแสดงสินค้าในลักษณะนี้ เพราะไม่ค่อยมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคในต่างจังหวัด” “ถึงแม้ว่าผู้บริโภคจะเคยเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นมาแล้ว แต่อาจจะมีน้อยคนที่รู้จักวิธีการรับประทานแบบต้นตำหรับแท้ จึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสมาแนะนำข้อมูลในงานนี้” “รู้สึกดีใจที่ได้ฟังความคิดเห็นหลากหลายจากทั้ง Buyer ในขอนแก่น จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงประเทศลาว ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก”

ต่อมาในวันที่ 16-17 พฤศจิกายน เจโทรได้จัดงานเจรจาธุรกิจในต่างจังหวัดขึ้นอีกครั้ง ชื่องาน “JAPAN Food Exhibition & Business Matching in Chiang Mai” ซึ่งถือเป็นการจัดงานครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ประกอบการร่วมแสดงสินค้า 23 บริษัท โดยมีสินค้าหลากหลายไม่ว่าจะเป็น เนื้อวากิว อาหารทะเล ข้าว มันหวาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องปรุงรส ฯลฯ โดยผู้เข้าร่วมงานฝั่ง Buyer คือ ผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านค้าปลีกในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง ที่ได้มีการทำนัดเจรจาล่วงหน้า 73 บริษัท โดยมีเสียงตอบรับเชิงบวกจากผู้ประกอบการที่ร่วมจัดแสดงสินค้า เช่น “การจะออกไปหาลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ ก็มีข้อจำกัดต่าง ๆ แต่ด้วยงานนี้ทำให้ได้พบกับ Buyer จำนวนมากภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 2 วัน” และมีเสียงตอบรับที่ดีจากทาง Buyer เช่นกัน เช่น “ปกติที่ร้านก็มีการใช้วัตถุดิบอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นอยู่แล้ว มางานนี้เพื่อมาหาวัตถุดิบใหม่ พอได้มาจริงก็พบว่ามีวัตถุดิบอีกมากมายที่ยังไม่เคยรู้จักมาก่อน”

นายทานิกุจิ ฮิโรกิ ผู้อำนวยการ เจโทร กรุงเทพฯ กล่าวว่า “การจัดงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในภูมิภาคดังกล่าวซึ่งมีศักยภาพในการขยายตัวของตลาดสินค้าอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นได้ต่อจากนี้ จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้ประกอบการที่ร่วมจัดแสดงสินค้าก็จะได้ใช้เป็นโอกาสพบปะเชื่อมโยงกับ Buyer จำนวนมากในโอกาสเดียว สำหรับ Buyer ก็เป็นโอกาสในการได้เลือกพิจารณาสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งสินค้าอาหารสด ไปจนถึงเครื่องปรุงรส หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ในโอกาสเดียวเช่นกัน” ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่เจโทรดำเนินกิจกรรมทั้งการจัดแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจเฉพาะในต่างจังหวัด นอกเหนือจากกรุงเทพฯ โดยเจโทรมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมมาตรการนี้ต่อไปในอนาคต

แคมเปญ “[ Made in JAPAN on tour ]” เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้

เจโทรได้จัดโครงการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์วัตถุดิบอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อแคมเปญ “[ Made in JAPAN on tour ] วัตถุดิบญี่ปุ่นแท้ ยกญี่ปุ่นมาไว้ใกล้บ้าน” ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงรวม 7 จังหวัด โดยมีร้านอาหารและร้านค้าที่เข้าร่วมแคมเปญในปีนี้กว่า 24 แบรนด์ 47 ร้าน อันเป็นการขยายผลอย่างต่อเนื่องจากแคมเปญ [ Made in JAPAN ] ในปี 2565 ซึ่งเปิดรับสมัครร้านอาหารจากทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามในปี 2566 นี้เจโทรมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคในภาคอีสานและภาคเหนือ โดยได้เพิ่มคำว่า “on tour” ในชื่อแคมเปญ เพื่อสื่อความหมายว่า ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับวัตถุดิบญี่ปุ่นแท้ใกล้บ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไกลถึงกรุงเทพฯ หรือประเทศญี่ปุ่น

แคมเปญนี้เป็นแคมเปญเพื่อการประชาสัมพันธ์เสน่ห์ของวัตถุดิบอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น เนื้อวากิว อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เพื่อส่งต่อความอร่อยผ่านเมนูที่ผสมผสานรสชาติของวัตถุดิบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านร้านอาหารและร้านค้าปลีกที่เป็น Japanese Food Supporter (*) ที่เข้าร่วมโครงการ ทั้ง 24 แบรนด์ 47 ร้าน นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และเพื่อให้ชาวขอนแก่น ชาวเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง ได้สัมผัสกับเสน่ห์และลิ้มรสความอร่อยของวัตถุดิบอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

การวางแนวทางมาตรการส่งเสริมในครั้งนี้ กิจกรรมส่วนการจัดแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจเรียกได้ว่าเป็นมาตรการที่ทางเจโทรดำเนินการสำหรับผู้ประกอบการ ส่วนแคมเปญ [ Made in JAPAN on tour ] เป็นมาตรการส่งเสริมที่ดำเนินการสำหรับผู้บริโภค

ความเห็นจากนาย คุโรดะ จุน ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ

งานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ [ Made in JAPAN on tour ] จัดขึ้นในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดเชียงใหม่ โดยในงาน ประธานเจโทร กรุงเทพฯ นายคุโรดะ จุน ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ร้านอาหารญี่ปุ่นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในต่างจังหวัด ทำให้ทุกท่านได้ใกล้ชิดกับอาหารญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น สำหรับแคมเปญ [ Made in JAPAN on tour ] ในครั้งนี้ ผมหวังที่จะนำเสนอวัตถุดิบอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น และสร้างแฟนพันธุ์แท้ในกลุ่มผู้บริโภคในภาคอีสานและภาคเหนือ ท่านสามารถสัมผัสกับเสน่ห์และลิ้มรสความอร่อยของวัตถุดิบอาหารจากญี่ปุ่นได้ที่ร้านใกล้บ้านโดยไม่ต้องไปไกลถึงกรุงเทพฯ หรือญี่ปุ่น

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านอาหารและร้านค้าปลีกที่ใช้หรือจำหน่ายวัตถุดิบอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงผู้นำเข้าที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้นอีกด้วย”

ตัวเลขมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตร ป่าไม้ ประมง และอาหาร จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เจโทรยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายความต้องการไปสู่ระดับภูมิภาคทั่วประเทศไทย ไม่จำกัดเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ

“Japanese Food Supporter” คือ ระบบการรับรองร้านค้าที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงญี่ปุ่น (MAFF) และเจโทร ซึ่งร้านค้าที่ได้รับการรับรองทั่วโลกมีจำนวน 4,995 ร้าน ในประเทศไทยมีร้านค้าปลีกและร้านอาหารที่ได้รับการรับรองถึง 513 ร้าน โดยเป็นร้านอาหาร 304 ร้าน ร้านค้าปลีก 202 ร้าน และอื่นๆ 7 ร้าน (ข้อมูล ณ ปลายเดือนตุลาคม 2566)

(อ้างอิง) ผลการสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยปี 2565 โดย เจโทร กรุงเทพฯ

เว็บไซต์แคมเปญ : https://madeinjapanontour.thanudchim.com/

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ -0628929797 dWCijZS.jpeg MAaG61.jpeg MB9x2v.jpeg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ MEnXPR.gif